|

1. สตรีที่เข้มแข็ง
แม่มาร์เกรีตาไม่เคยก้มหัวให้กับความโน้มเอียงตามธรรมชาติ
ท่านมีความสมดุลอย่างน่าทึ่งในการจัดการกับความขัดแย้งในชีวิตครอบครัว
ท่าทีของท่านมีความไวสูงต่อแรงบันดาลใจ โดยวินิจฉัยว่า
สิ่งใดดีที่สุดสำหรับลูกๆ ท่านเป็นคนอ่อนโยน...แต่หนักแน่น
เข้าใจ...แต่ไม่เปลี่ยไปเปลี่ยนมา พากเพียร...แต่เด็ดขาด
แม่มาร์เกรีตาสามารถให้ความกลมกลืนกับลักษณะที่ขัดแย้งกันในครอบครัวได้
เพราะท่านต้องแสดงทั้งบทบาทของพ่อและแม่สำหรับลูกๆ
ซึ่งแม้ว่าแม่มาร์เกรีตาจะเลี่ยงปัญหาด้วยการแต่งงานใหม่
แต่ท่านก็ยังสามารถแสดงความเป็นพ่อและแม่ได้อย่างลงตัว
ท่าทีเยี่ยงมารดาต่อลูกๆ ก็เข้มแข็งพอที่จะทดแทนพ่อผู้จากไปได้
ในเวลาเดียวกันความเป็นบิดาที่อ่อนโยน
ก็สามารถเสริมสร้างความอบอุ่นเยี่ยงแม่ที่ดีคนหนึ่งได้
ไม่มีการลูบไล้ที่เลื่อนลอย ไม่มีการระเบิดของอารมณ์ขุ่นมัว จะมีก็แต่...
ความหนักแน่นและความสุขุมเยือกเย็น
แม่มาร์เกรีตามีจิตใจร่าเริงและแจ่มใส การควบคุมตอนเองและความอ่อนโย
แม้ท่านจะไม่ตีลูกๆ เลย แต่ก็ไม่เคยตามใจลูก แม่มาร์เกรีตามักจะขู่ว่า...
จะทำโทษหนัก แต่ก็พร้อมเสมอที่จะยกโทษให้เมื่อมีการยอมรับผิดเกิดขึ้น
คุณพ่อบอสโกเล่าว่า ที่มุมของห้องครัวมีไม้เรียวอันหนึ่งวางอยู่
แต่แม่มาร์เกรีตาไม่เคยใช้มันเลย ซ้ำนยังปล่อยให้มันอยู่ที่นั่นตลอดไป
แม่มาร์เกรีตาเป็นคนใจดี... แต่ก็เข้มแข็งและเด็ดเดี่ยว
ท่านสามารถสร้างความกลมกลืนให้กับ 2 สิ่งที่มักจะก่อปัญหาให้กับครอบครัว
คือ แม่ของสามีที่เจ็บออดๆ แอดๆ และลูกเลี้ยง (อันโตนีโอ) ที่สร้างแต่ปัญหา
แม่มาร์เกรีตาสามารถเปลี่ยนบรรยากาศที่เต็มด้วยความยากลำบาก
ให้เป็นบรรยากาศแห่งการอบรมที่มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล
แม่มาร์เกรีตาสอนลูกๆ ให้ปฏิบัติฤทธิ์กุศลของชาวเปียดมอนต์ (Piedmont)
ที่ได้รับการยกย่องกันสมัยนั้น เช่น ความสำนึกในหน้าที่การงาน
ความกล้าที่จะเผชิญกับความยากลำบากต่างๆ ในชีวิต ความซื่อสัตย์ ความจริงใจ
อารมณ์ขัน ฯลฯ นอกจากนั้น ลูกๆ ก็ได้เรียนรู้ที่จะเคารพผู้หลักผู้ใหญ่
ผู้อาวุโส และช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความยินดี
โดยปกติ
แม่มาร์เกรีตาจะเป็นคนเข้มแข็งและใจเย็น
แต่ท่านไม่กลัวที่จะพูดอย่างตรงไปตรงมากับคนที่ทำตัวเป็นที่สะดุด
ตัวอย่างและแบบอย่างของท่านจึงฝังลงในจิตใจของลูกทั้ง 3 คน
เป็นบทสอนของแม่ผู้ไม่รู้หนังสือ
แต่แฝงไว้ด้วยความปรีชาและมิติแห่งความเชื่อ

2. ผู้อบรมซาเลเซียน
ด้วยความสามารถในด้านการอบรม
ทำให้แม่มาร์เกรีตามองเห็นถึงพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวลูกๆ
ท่านได้ช่วยพวกเขาให้นำศักยภาพนั้นๆ ออกมาพัฒนา
และทำให้ทุกคนได้เห็เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวของหนูยอห์น
แม่มาร์เกรีตามีความสำนึกที่ชัดเจนถึงความรับผิดชอบในฐานะผู้เป็นมารดา
ในการอบรมด้านชีวิตคริสตชนให้แก่ลูกๆ แต่ในขณะเดียวกัน ท่านก็ปล่อยให้ลูกๆ
มีอิสระในการเลือกกระแสเรียก ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง
ความฝันของยอห์นในวัย 9
ขวบเผยให้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับอนาคตของเขา แต่โดยส่วนตัวแล้ว
แม่มาร์เกรีตารู้สึกจริงจังกับความฝันนั้นมากกว่ายอห์นเองเสียอีก
และท่านก็เป็นคนแรกที่ตีความหมายของความฝันนั้นว่า
?บางทีลูกอาจจะบวชเป็นพระสงฆ์ก็ได้? และเมื่อท่านเห็นว่า
บรรยากาศในครอบครัวไม่เหมาะสำหรับยอห์นอีกต่อไป
เพราะพฤติกรรมอันไร้เหตุผลของอันโตนีโอ (Antonio) พี่ชายต่างมารดา
แม่มาร์เกรีตาจึงให้ยอห์นออกจากบ้านไปเป็นลูกจ้างในฟาร์มของครอบครัวโมลีอา
(Moglia) ที่มองกุกโก (Moncucco) การกระทำเช่นนี้
ถือได้ว่าเป็นการสลัดตัดใจอย่างใหญ่หลวงสำหรับผู้เป็นแม่
แต่ท่านก็จำต้องทำเพื่อเลี่ยงความแตกร้าวในครอบครัว
และเพื่อให้ยอห์นได้เดินตามความฝันของเขา
แม่มาร์เกรีตาได้หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งเหตุผล ศาสนา
และความรักใจดีลงในจิตใจของยอห์น
ซึ่งเป็นสิ่งที่ท่านได้ใช้ในการดำเนินชีวิตและได้ปฏิบัติกับลูกๆ
พระญาณเอื้ออาทรได้ประทานพระหรรษทานให้แม่มาร์เกรีตาเป็นผู้อบรมซาเลเซียน
ท่านเป็นผู้มีแรงบันดาลใจจากความรักที่เข้าใจ เรียกร้องและแก้ไข
ซึ่งกระทำไปในความพากเพียรและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
แม่มาร์เกรีตาเฝ้าคอยดูแลลูกๆ หมั่นชี้แนะ แต่ไม่เคยคิดที่จะครอบครอง ลูกๆ
ต้องนบนอบและขออนุญาต แต่ท่านจะปล่อยให้พวกเขาเป็นอิสระในการละเล่น
และได้ทำสิ่งที่เขาชอบ ท่านไม่ยอมให้ลูกๆ เอาแต่อารมณ์
ท่านมักจะตักเตือนลูกๆ ด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความรัก บาทหลวงเลมูแอง
(Lymoyne) ได้ยืนยันว่า ?เมื่อจะต้องตักเตือนลูกๆ
แม่มาร์เกรีตาจะหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการงอน ความไม่ไว้ใจ หรือความขุ่นเคือง
ซึ่งวิธีการของแม่มาร์เกรีตานั้นชัดเจน โน้มน้าวลูกๆ
ให้ทำทุกอย่างด้วยความรัก หรือเพื่อเห็แก่พระสิริมงคลของพระเจ้า
สิ่งนี้ทำให้ท่านเป็นแม่ที่น่ารัก? คุณพ่อบอสโกมักจะพูดเสมอว่า
?การอบรมเป็นเรื่องของหัวใจ?
เพราะท่านได้รับประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความสุขขณะอยู่ในบ้านที่เบกกี
(Becchi) |