|
New Page 8
ความตาย
บทอ่านจากหนังสือเรื่องความตายของซาตีรุส
พี่ชายของท่าน โดยนักบุญอัมโบรสพระสังฆราช -
ให้เราตายกับพระคริสตเจ้าเพื่อจะได้มีชีวิตกับพระองค์
-
นักบุญเปาโลกล่าวว่า
“สำหรับข้าพเจ้า การมีชีวิตอยู่ก็คือพระคริสตเจ้า การตายก็เป็นกำไร”
จากคำกล่าว นี้ทำให้เราเห็นว่า ความตายคือกำไร
และชีวิตคือการสูญเสีย คำว่า “พระคริสตเจ้า” จะมีความหมายอย่างอื่นหรือ
นอก จากการตายต่อเนื้อหนังและการได้รับลมหายใจแห่งชีวิต? ดังนั้น
ให้เราตายกับพระคริสตเจ้าเพื่อจะได้มีชีวิตร่วมกับพระองค์
เราทุกคนควรจะทำตัวให้คุ้นเคยกับความตายทุกวัน และปรารถนาที่จะตายทุกวันด้วย
อาศัยการตัดขาดเช่น
นี้วิญญาณจึงต้องเรียนรู้ที่จะเป็นอิสระจากความต้องการฝ่ายร่างกาย
วิญญาณจะต้องยกตัวเองให้อยู่เหนือความ ปรารถนาฝ่ายโลก
ให้สูงขึ้นจนถึงที่ที่ความปรารถนาฝ่ายร่างกายไม่อาจจะไปถึงได้และยึดที่นั่นไว้ให้มั่น
วิญญาณจะต้องรับเอารูปแบบของความตาย
เพื่อจะได้หลีกหนีจากการถูกตัดสินลงโทษให้ต้องตายไป กฎแห่งบาปทำส่งครามกับ กฎ
แห่งเหตุผล ผลก็คือ กฎแห่งเหตุผลต้องตกอยู่ใต้อำนาจของกฎแห่งบาป
มียาขนานใดหรือที่รักษาความผิดและบาปของเราได้?
“ใครเล่าจะสามารถปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระจากร่างกายรู้จักตายนี้ได้?
มีแต่พระหรรษทานของ พระ เป็นเจ้าเท่านั้น โดยอาศัยพระเยซูคริสตะเจ้าของเรา”
-
เมื่อเรามีนายแพทย์ผู้สามารถให้การรักษาเราแล้ว
เราจงใช้ยาตามที่พระองค์ทรงสั่งเถิด ยานั้นก็คือ พระหรรษทานของพระคริสตเจ้า
ส่วนร่างกายที่รู้ตายนั้น คือ ร่างกายของเราเอง ดังนั้น
เราจงเนรเทศตนเองออกจากร่างกายที่รู้ตาย
เพื่อจะได้ไม่ถูกเนรเทศออกจากพระคริสตเจ้า
ถึงแม้ว่าในความจริงเรายังคงอยู่ในร่างกายนี้ แต่จง
อย่าหยิบยื่นสิ่งฝ่ายร่างกายอันรู้จักเสื่อมสลายนี้ให้แก่ตัวเราเอง
เราต้องไม่ปฏิเสธสิทธิตามธรรมชาติของร่างกาย
แต่ต้องปรารถนาที่จะได้รับพระหรรษทานเหนือสิ่งอื่นใด
-
จำเป็นจะต้องกล่าวอะไรมากไปกว่านี้อีกหรือ?
ในเมื่อความตายของมนุษย์คนเดียวสามารถช่วยโลกให้รอดได้
พระคริสตเจ้าไม่จำเป็นต้องรับความตาย ถ้าพระองค์ไม่ทรงมีพระประสงค์
พระองค์มิได้ทรงเห็นว่าความตายเป็นสิ่งน่าเกลียดน่าชัง
หรือเป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง
ตรงกันข้ามพระองค์ทรงเห็นว่าไม่มีวิธีใดที่จะช่วยมนุษย์ให้รอดได้ดีไปกว่าการยอมรับความตาย
เพราะฉะนั้นการสิ้นพระชนม์ของพระองค์จึงเป็นชีวิตสำหรับเราทุกคน
เราทั้งหลาย ได้รับการประทับตราด้วยเครื่องหมายแห่งการสิ้นพระชนม์
เมื่อเราภาวนา เราประกาศการสิ้นพระชนม์ของพระองค์
การสิ้นพระชนม์ของพระองค์จึงเป็นชัยชนะและเป็นหมายสำคัญอันศักดิ์สิทธิ์
และมนุษย์ทั่วโลกได้เฉลิมฉลองการสิ้น
พระชนม์ของพระองค์อย่างสง่างามสมพระเกียรติในทุก ๆ ปี
-
เราจำเป็นต้องกล่าวถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์มากไปกว่านี้อีกหรือ?
ในเมื่อเราได้หยิบยกเอาพระ ฉบับ แบบอันศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์มากล่าวแล้ว
เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า โดยการสิ้นพระชนม์เท่านั้นที่ทำให้เรา
ได้รับชัยชนะ เป็นอิสระจากความตาย และความตายในตัวมันเองก็คือผู้ไถ่ตัวมันเอง
ความตายจึงไม่เป็นเหตุแห่ง ความทุกข์โศกเศร้า
เพราะความตายเป็นเหตุแห่งความรอดของมนุษยชาติ
ความตายไม่ใช่สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง สำ
หรับพระบุตรพระองค์มิได้ทรงมีพระดำริว่าความตายไม่คู่ควรกับพระเกียรติของพระองค์
ทั้งมิได้ทรงหลีกหนีให้พ้น ไปจากความตายเลย
-
ความตายซึ่งแต่ก่อนมิได้เป็นธรรมชาติได้กลับกลายเป็นส่วนของธรรมชาติแล้ว
พระเป็นเจ้ามิได้ทรงกำ หนด ให้มีความตาย เมื่อทรงสร้างสรรพสิ่ง บัดนี้
พระองค์ได้ทรงกำหนดให้เป็นยารักษาตัวมันเอง เพราะมนุษย์ทำ
บาปจึงถูกตัดสินให้ต้องทำงานด้วยความเหนื่อยยากและความทุกข์แสนสาหัส
ด้วยเหตุนี้เอง ชีวิตมนุษย์จึงเริ่มประ สบกับความสังเวช
แต่สิ่งเหล่านี้จะต้องมีที่สิ้นสุด
โดยความตายจะต้องทดแทนสิ่งที่มันได้ทำให้สูญเสียไปจากชีวิต
หากปราศจากความช่วยเหลือที่ได้รับจากพระหรรษทาน
ความไม่รู้จักตายจึงเป็นภาระมากกว่าที่จะถือว่าเป็นพระพร
-
วิญญาณจะต้องหันเหไปจากหนทางที่ไร้จุดหมายของชีวิตในโลกนี้
จากความไม่บริสุทธิ์และราคะตัณหา ของ เนื้อหนัง
วิญญาณต้องมุ่งหน้าไปให้ถึงชุมชนชาวสวรรค์ ถึงแม้ว่าจะมีแต่บรรดานักบุญเท่านั้น
ที่ได้รับการยอม รับให้ เข้าสู่กลุ่มนี้ได้เพื่อขับร้องสรรเสริญพระเจ้า
และจากพระคัมภีร์ทำให้เรารู้ว่า การขับร้องสรรเสริญพระเจ้านั้น
เป็นการขับร้องคลอเสียงพิณ มีใจความว่า “ข้าแต่พระผู้ทรงสรรพานุภาพ
พระราชกิจของพระองค์ยิ่งใหญ่และมหั ศจรรย์
พระมรรคาของพระองค์เที่ยงธรรมและสัตย์จริง องค์กษัตริย์แห่งนานาชาติ
ใครเล่าจะไม่นมัสการและถวาย เกียรติ แด่พระธรรมชาติของพระองค์?
พระองค์ผู้เดียวศักดิ์สิทธิ์ นานาชาติจะพากันมานมัสการเฉพาะพระพักตร์พระ องค์”
วิญญาณต้องปรารถนาที่จะเป็นพยานยืนยันถึงการวิวาห์ขององค์พระเยซูคริสตเจ้า
และปรารถนาจะได้เห็นเ
จ้าสาวของพระองค์ออกเดินทางพร้อมกับพระองค์จากโลกนี้ไปสู่สวรรค์
ขณะที่ทุกคนชื่นชมยินดีและขับร้องพร้อม กันว่า
“มนุษย์ทุกคนจะมาอยู่เฉพาะพระพักตร์พระองค์”
เจ้าสาวของพระองค์จะไม่ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของโลกที่กำลังล่วงพ้นอีกต่อไป
แต่จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์โดยทางวิญญาณ
-
เหนือสิ่งใดทั้งปวง
กษัตริย์ดาวิดได้ทรงภาวนาว่า “สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าทูลขอต่อพระเจ้า
ข้าพเจ้าจะภาวนา เมื่อสิ่งนี้
ขอให้ได้พำนักอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าตลอดวันเวลาในชีวิตของข้าพเจ้า
และได้เห็นว่าองค์พระเป็น เจ้าทรงพระสิริรุ่งริโรจน์ยิ่งนัก”
ที่มา:
http://www.catholic.or.th
|